Natcha さんのプロフィールLife...It's mine.フォトブログリストその他 ツール ヘルプ

Life...It's mine.

Nothing is unchanged...It's the truth of life

天気

読み込み中...
11月6日

ไม่อยากล้าหลัง

ไม่ได้เข้ามาจะนานนนนนเลยสำหรับสเปซ มัวแต่ไปวุ่นวายกับการอัพเดต ไฮไฟ๊ เลยไม่รู้ว่าตอนนี้ชาวบ้านเค้าทำอะไรกันมั่งที่นี่ คิดดูแล้วกัน ขนาดไอ้ตองที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องคอมอะไร...(เหมือนว่าเราจะรู้เยอะจังอ่ะ)ยังอัพเดตซะสวยงามมากมาย  เรางี้อึ้งไปเลย ไม่ได้ๆเราไม่ยอมต้องอัพให้สวยามตามๆกัน
 
ว่าแต่ช่วงนี้ใครเป้นยังไงกันบ้างนะ เรา....ก็เรื่อยๆว่ะกับชีวิตแรงงานต่างด้าว ทำงานไปวันๆเจอคนบ้าๆบอๆ กลับมาบ้านก้เซ็งๆ(ถ้าเพื่อนๆไม่อยู่)แต่ก้พยายามที่จะยิ้มกับตัวเองทุกๆวันนะ อยากมีความสุขบ้างน่ะเลยต้อง(แอบ)ทนเอาน่ะ  ภาวนาเอาว่าอีกไม่นาน....อีกไม่นาน
 
คิดถึงเมื่อก่อนจัง เพื่อนๆที่ไปไหนมาไหนด้วยจังเนอะ ว่าไหม....
 
หวังว่าทุกคนคงสบายดี และก้ยังคิดถึงกันเน้อ
 
6月6日

การเจ็บป่วยเป็นเรื่อง(ไม่)ธรรมดา

สิบเดือนแล้วนะเนี่ยที่มาที่นี่ ชิวิตเริ่มเคยชิน กับคำว่าโดดเดี่ยว เหงา และการดูแลตัวเอง แต่จนแล้วจนรอดร่างกายก้เกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นมาซะงั้น จนเพื่อนๆหลายๆคนที่นี่ คิดว่าเราคงต้องลาออกแน่ๆ... แถมต้องลากลับบ้านไปเก็บสามอาทิตย์เพื่อรักษาตัวที่กรุงเทพอีก เรื่องมันก้มีอยู่ว่า.....
 
กลางเดือนที่แล้วหลังจากทำไฟล์กรุงเทพกลับ ทุกอย่างก้ปกติมากๆ คือเหนื่อยโคตรๆๆๆและง่วงเหี๊ยกๆๆ พอเก็บของเสร็จ พี่สาวที่แสนน่ารักที่ชั้นสอง(เจ๊หญิง) ก้มาชวนไปกินข้าวที่ห้อง ที่แรกก้คิดไปคิดมาว่าจะไปดีไหม เพราะเหนื่อยเหลือเกินและง่วงมาก แต่เจ๊ก็ขึ้นมาตามที่ห้องถึงสองรอบเลยไม่ไปไม่ได้ พอไปถึงก้เห็นหมู่คนไทยมารวมตัวกันที่ห้องนี้ประมานเกือบยี่สิบชีวิต ส่วนใหญ่ ล้วนจะจะเป็นจะใจเป็นหญิงทั้งสิ้น ทุกคนกำลังง่วนกับการกิน มะม่วงน้ำปลาหวาน แต่พี่ๆบางคนก้กำลังทำกับข้าวกัน เราไปถึงเลยคิดว่า เหนื่อยๆแบบเรา ขอแจมวงน้ำปลาหวานดีกว่า พร้อมกะดูทีวีเฉยๆถ้าจะโอเค สักพัก กับข้าวก้เรียบร้อย ออกมาน่ากินสุดๆ ทุกคนเลยเปลี่ยนจากวงน้ำปลาหวานมาเปนกินบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันเพื่อน้องแอร์กันหมด...แต่เจ้ากรรมเมนูวันนั้นดันมีแกงเขียวหวานเนื้อแล้วเราดันไม่รู้เผลอไปกิน...สาบานได้ว่าแค่ชิ้นเล็กๆชิ้นเดียวเอง แต่ผลที่ออกมาร้ายแรงมากๆ แต่ตอนแรกคิดว่าคงเป็นหมูที่ใครแอบเอามาแต่ปรากฎว่าเห็นพี่คนที่เป็นอิสลามกินอย่างอร่อยเลยแถมพี่เขาเป็นคนทำเลยมั่นใจได้ว่า แต่แน่กูกินเนื้อไปแล้ว ตกเย็นวันนั้น อาการเริ่มออกด้วยการ ท้องวุ่นวายไปหมด อยากจะอ้วกก้ไม่ออก ปวดหัวตัวร้อนไปหมด ก่อนนอนก็ลงไปหาเจ๊หญิงอีกรอบเพื่อขอยาหอมกินอาจจะดีขึ้น เสร็จก้เข้านอนทันที เหตูการณ์ไม่คาดฝัน(ที่เคยเกิดประจำ)ก้เกิดขึ้น...เราตื่นนอนมาตอนเช้ามืดเพราะปวดท้องมากแบบทนไม่ไหวท้องเสียแน่ๆเลยไปเข้าห้องน้ำ เข้าไปได้สักพักท้องเสียจริงๆแต่อักแป๊บเดียวก้เกิดอาการจะเป็นลมเพราะปวดท้องมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มารู้สึกตัวอีกทีก้นอนบนพื้นแล้วเหงื่อออกเต็มไปหมดแต่พอยกแขนขึ้นมาดูมีเลือดด้วย!!!!! มันมาจากไหนเนี่ยพอยืนขึ้นได้ก็เลยเห็นหน้าตัวเองในกระจกว่าคางแตกแถมแก้มนี่เลือดเต็มๆ เลยค่อยๆเอากระดาษมากดเลือดแล้วเดินออดมาจากห้องน้ำโทรหาเพื่อน(ยุ้ย) และเจ๊หญิง บอกว่าเราเป็นลมแล้วคางแตก   พี่หญิงมาถึงคนแรกเหนแผลแล้วทำหน้าแย่จนเรารู้ว่าแผลคงน่ากลัวมาก แต่เจ๊ก้ยังพยายามให้กำลังใจเราด้วยการบอกว่า ไม่เท่าไหร่หรอก แต่เอามือกดเอาไว้นะลูก!!!! แต่หน้าาเจ๊ไปแล้ว อีกสักพัก ยุ้ยก้มาพร้อมกับเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ สักพักเจ๊หญิงกับแน้น(เมทห้องเจ๊)และก้ยุ้ยก้พาเราไปโรงพยาบาล
 
ไปโรงพยาบาลแรกแม่งโคตรแสบ...ไม่ยอมเย็บแผลให้ทันที บอกเราว่าต้องจ่ายเงินมาก่อน สองร้อยเรียว(ประมานสองพันบาท)ก่อนแล้วจะโทรเรียกหมอมาให้ เจ็หญิงโมโหเลยด่ามันไปพร้อมกันเกนกันออกไปเรียกแท๊กซี่เพื่อจะไปอีกโรงพยาบาล...แต่ที่นี่กาต้า หาแท๊กซี่ยากพอๆกับรอรถเมล์ สาย ปอ.11 ว่างทั้งคัน แถมด้วยตอนนั้นเลือจาดแผลยังไม่หยุดไหลเลยด้วย
 
สามชั่วโมงผ่านไปตั้งแต่เป็นลม เราก้ไปถึงโรงพยาบาลที่ใหม่ ไอ้เราก้หวั่นๆกลัวแผลที่เย็บจะไม่สวย เพราะเคยเห็นจากไอ้ยุ้ยนี่แหล่ะไปเย็บที่นิ้วชี้มาแล้วนิ้วปูดแผลไม่สวย ไอ้เราได้แต่นอนร้องไห้ทำไรไม่ได้ เจ็บก้เจ็บ คิดถึงคนที่รักเรา และคนที่เรารัก ตลอดเวลา เจ๊ก้ยืนให้กำลังใจจนหมอเดินเข้ามาเย็บแผลให้ สิบเข็มพอดิบพอดีไหมละลายเย็บข้างในสี่เข็ม ข้างนอกหกเข็ม!!!!!
เสร็จสรรพเรียบร้อยก้กลับบ้าน แล้วมารู้ตัวที่บ้านว่าฟันกรามข้างในบิ่นไปอีกสองซี่....เห้อ!!!  เลยเข้าออฟฟิศไปทำเรื่องขอลากลับบ้าน กว่าจะได้กลับก้สองวันผ่านไปแล้ว กลับไทยปุ๊บก้เข้าโรงบาลปั๊ป รักษาตัวจนหายก้กินเวลาเกือบสองอาทิตย์ แต่ที่บ้านก้พาเราไปทะเลที่ชะอำมาด้วย เลยมีความสุขเพิ่มขึ้นร้อยเปอร์เซนต์  ก่อนกลับมากาต้าก้ไปเอาไหมที่เย็บออก แถมได้ไปเที่ยวกะตองสองคนอีกต่างหาก...สนุกดีเหมือนกันนะไปกะตองสองคน...เอาไว้คราวหน้าไปใหม่นะน้องลำหับ!!
 
กลับมาถึงก็ทำเรื่องกับออฟฟิศเรียบร้อยแล้ว ช่วงนี้เลยนั่งๆนอนๆไปก่อนที่จะกลับไปบินอีกที่ก็ประมานวันที่สิบ  ถือจะว่าพักผ่อนเอาแรงก่อนกลับไปโหมบินว่อนเหมือนเดิมมมมม
โห!!!กว่าเรื่องจะจบยาวไปหน่อยแต่ก้ขอบคุณที่มาอ่านกันนะเพือนๆ แล้วก้ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกใครๆเลยนอกจากตองเพราะเราไม่อยากรบกวนน่ะแล้วอีกอย่างโรศัพท์พังเหมือนเดิม เบอร์หายเกลี้ยงเลยไม่ได้โทรหาใคร แต่ถ้าเพื่อนๆมาอ่านแล้วคงจะรู้เรื่องแล้วก้ถือว่าเจอกันแล้วก้แล้วกันนะ
 
กว่าจะได้เจอกันตัวเป็นๆจริงกับเพื่อนๆคงต้องรอให้เรารอลาออกจากที่นี่ก่อนแล้วกัน...ยังไงก็อย่าเพิ่งลืมเรานะ เรายังคิดถึงเพื่อนๆทุกคนเหมือนเดิม กลุ่มราชินี แก๊งหัวเน่าลมเย็น เพื่อนเอกฝรั่ง,เพื่อนและพี่หนอนหนังสือที่คิโนะ และพองเพื่อนแอร์ไทยสกาย....
 
คิดถึง คิดถึง และคิดถึงจริงๆ
  
5月8日

MamBo!!! Tanzania.....

กลับมาจากแทนซาเนีย เมื่อวานตอนดึกๆนี่เอง เหนื่อยเล๊ยเกินนนน  แต่ก้โอเค กลับมาก้เจอกับปัญหาตามเดิม(ตามสไตล์ เมืองกาต้า) เรื่องของน้ำไหลน้อยยยย จนเหมือนไม่ไหล ประมานว่า..... อ่ะเพื่อนๆลองจินตนาการดูว่า แมวที่ไทยฉี่แรงกว่าเลยคิดดู แล้วเราพอกลับมา คนมันต้องล้างเครื่องสำอางออก ไหนจะต้องอาบน้ำ สระผมอีก เห้ออออ เมื่อคืนเลยเปนวันที่ใช้เวลาล้างหน้า นานนนนที่ซู๊ด ตั้งแต่เคยล้างเครื่องสำอางเลย เหนื่อยแล้วยังต้องมาเหนื่อยกับเรื่องน้ำอีก...เลยทำให้จนแล้วจนรอดเลยไม่ได้สระผม แค่อาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันก้ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงแล้ว นี่ถ้าสระผมคงนอนเช้าไปเลย  วันนี้ตื่นมาเลยเหม็นหัวตัวเองบอกกับมึนๆกับวันเวลาตามเดิม แถมเราเพิ่งมารู้สึกตัวอีกต่างหากว่าจำวันที่ผิด แล้วเมื่อวานซืนเราเป็นคนปิดบาร์เหล้าในไฟล์ก้แสดงว่าเราลงวันที่ผิด ซวยแน่ๆกรูจะมีปัญหาไม่นี่....เห้อเซ็ง อยู่ที่นี่ถ้าทำไรผิดนิดหน่อยนะ เตรียมตื่นมาพร้อมเสียงโทรศัพท์จากออฟฟิศที่โทรมาด่าได้เลย
 
 
พอได้สติสักพักเดินเข้าห้องน้ำ โอ้ววว น้ำไม่ไหลยิ่งกว่าเดิท เลยต้องโทรไปแจ้งออฟฟิศ ผ่านไปสักชั่วโมงได้มีคนมาเช็คน้ำให้ ทีนี่ไหลยังกะเขื่อนแตกไปเลย....แถมร้อนอีกต่างหาก(ต้องเข้าใจก่อนว่าเราอาศัยอยู่ย่านชุมชนที่สร้างบนผืนทะเลทราย ดังนั้นน้ำที่นี่ในหน้าร้อนจะร้อนนนนนนมากๆๆๆๆๆๆ เหมือนอาบน้ำร้อนเลยที่เดียว) แต่ก้ยังดีกว่าไม่มีน้ำใช้เนอะ ว่าแต่ไปแทนซาเนียคราวนี้ ครั้งแรกของเราก้ไม่ได้ไปไหนเลยเพราะว่าเป็นวันอาทิตย์ร้านรวงทั้งหลายแหล่ ก้ปิดทำการกันไปหมด ระหว่างทางจากสนามบินถึงโรงแรม เราได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นมากกก จากชาวพื้นเมืองที่นั่น ที่คอยมุงรถของพวกเราลูกเรือและนักบินเวลารถติด...ชะโงกหน้ามาดูพวกเรา รวมไปถึงการโบกมือทักทายตลอดเวลา ประหนึ่งว่า คราวนี้แหล่ะที่เราได้ทำอย่างที่นางงามจักรวาลทำ....นั่งโบกมือทักทายกลับตลอดเวลา ก้สนุกไปอีกแบบกับเมืองเดรุสซาลาม  ตกเย็ยก้ไปกินlobster ตัวใหญ่มากๆ อิ่มจนพุงกลางไปเลย แล้วก้กลับห้องนอน เพราะอีกวันเราก้ต้องกลับโดฮาแล้ว ไปแค่วันเดียวเลยไม่ได้อะไรมากมายนัก นอกจาก มัมโบ....จัมโบ้ แค่นั้นเอง  ....บัวะ!!!
 
 
 
 
5月1日

เรื่อยๆ กับเดือนที่เก้า

เช้าวันนี้ตื่นมา ก้นึกเลยว่าต้องทำไรบ้าง.... ออวันนี้มีบิน ต้องไปดูไบนั่นเอง แต่ก่อนจะได้เตรียมตัวคงต้องมา คุยกะที่บ้านและที่รัก ก่อน ช่วงนี้ที่บ้านก้ลุ้นผลสอบกันทุกคน ตั้งแต่พี่สาวเราคนโต ลุ้นผลสอบโทอยู่ว่าเทอมนี่ผลจะเป็นยังไงบ้าง เห็นเรียนหนั๊ก...หนัก สงสารพี่ตัวเองจริงๆ ต่อมาก้คุณน้องเก๋ อยากจะไปเป็นเด็กนอก ตอนนี้ไปสอบโทเฟ้ย... เอ้ย โทเฟลมาแล้ว ก้รอผลในอาทิตย์หน้าเลย เร็วดีจริงๆ ส่วนน้องเด็กคนสุดท้อง ก้นี่เลยอินเทรนรอผลสอบเอนทรานส์ อย่างที่เราเองก้เคยมาแล้วเมื่อหลายปีก่อนโน่นนนนน   ยังไงก้ถึงจะอยู่ไกลแต่ก้ช่วยลุ้นอยู่ทางนี้นะจ๊ะ
 
จะว่าไปนี่เดือนที่เก้าแล้วนะที่มาอยู่ที่นี่ งงจังเร็วเหลือเกิน แต่ก้อีกนานกว่าจะได้กลับไปอยู่บ้านจริงๆ ไม่รู้ว่าคนอื่นๆที่ติดบ้านเหมือนเราจะเป็นเหมือนเราบางป่าววววว แต่ทำไงได้ ตัดสินใจทางนี้แล้ว เราก้ต้องทำต่อไป เนอะ
 
 
ว่าแต่เมื่อไหร่จะมาสักที....ตาหลิม ให้คอยนานเกินชั่วโมงแล้วนะ
 
 
คิดถีงเพื่อนๆเหมือนเดิม หวังว่าในไม่ช้า คงได้กลับไปลั่นล้าด้วยกันนะ โดยเฉพาะแก๊งหัวเน่า แม่งหนีไปเที่ยวทะเลรอบที่เท่าไหร่กันแล้วเนี่ย ทีตอนเราอยู่บอกไม่มีตัง จำไว้เลย.....
 
4月29日

Welcome back to myself...

 
หลังจากที่เข้า hi5 ไม่ได้ เพราะที่นี่ (กาต้า ประเทศที่ต่างกับเมืองไทยที่รักด้วยสิ้นเชิง)บล๊อกเอาไว้เลยตัดสินใจกลับมาเล่นที่นี่เหมือนเดิมก้ได้ พอกลับมาอ่านในบล๊อกของตังเองก้ขำดีนะ ว่าเมื่อก่อนนี้เรามีเรื่องอะไรนู่นเรื่องนี่ ทุกวัน แต่พอมาอยู่ที่นี่ กลับไม่มีอะไรเลยในหัวนอกจากคำว่า เบื่อที่นี่ และคิดถึงบ้านกับคนที่เรารักที่นู่น....
 
แปดเดือนแล้วนะเนี่ยที่เรามาอยู่ที่นี่ ทำงาน เก็บเงิน(แบบที่แทบจะไม่ได้เก็บ) ส่งเงินให้ที่บ้าน.. นอนอยู่บ้าน.....แล้วก้......ไม่มีอะไรแล้ว แต่มาคิดจริงๆ การที่มาอยู่ที่นี่ ก้ได้อะไรดีๆเหมือนกันนะ เช่น ได้รู้จักตัวเองมากขึ้นว่าเราเป็นคนยังไง ได้รู้จักคนอีกหลายประเภททั้งคนที่มาจากที่เดียวกันและจากหลายๆที่ รู้จักการคบคนมากขึ้น แถมยังได้ฝึกการอยู่คนเดียว การเอาตัวให้รอดจาก homesick ที่ทุกๆคนต้องเป็น ด้วยเฉพาะเรา ที่เป็นคนอยู่กับครอบครัวมาตลอด ไม่เคยได้ไปอยู่ที่อื่นนานเกินสามวันแบบนี้ พอมาอยู่เองเป็นปีๆ ก้เลยร้องไห้กระจายกันไปข้าง และด้วยความเปนคนติดแฟนขั้น ฮาร์ดคอร เลยลำบากกว่าคนอื่นๆน่าดู แต่โชคยังดีนะ ที่คนที่เรารัก คอยให้กำลังใจเราเสมอ ไม่เคยปล่อยเราให้เศร้าเลย...เค้าน่ารักมากจริงๆแฟนของเรา อยากให้เพื่อนๆเราที่ไม่เคยเจอได้รู้จักจัง..หวังว่าคงมีโอกาสนะเพื่อนๆ แถมด้วยครอบครัวของเราที่รักเรามากๆๆๆ นี่ถ้าไม่ได้มาอยู่ที่นี่ เราคงไม่รู้อย่างแน่ชัดหรอกว่า พี่น้องเรา รักเรามากแค่ไหน   
 
 อีกเรื่องที่เราได้จากที่นี่ ก้คงเป็นเรื่องทำกับข้าว เพื่อนเราคงรู้อยู่แล้วว่าเราชอบทำกับข้าว ไม่เชื่อลองถามเพื่อนๆสมันมหาลัยได้ จากการไปเชียงใหม่ด้วยกันที่ต้อง(ฝืน)กินกับข้าวฝีมือเราเกือบสองอาทิด ตอนนี้เราทำกับข้าวเก่งขึ้นเยอะเลยนะ เพราะการอยู่ที่นี่ อย่างที่รู้ๆ กับข้าวคนอาหรับแตกต่างกะคนไทยมากๆๆๆๆๆๆโดยเฉพาะกินและรสชาติที่พี่ไทยอย่างเราๆไม่กิน เราเลยต้องทำกับข้าวเองตลอดเวลา แต่หลังๆนี้ดีนะ ที่แม่เราทำกับข้าวมาให้เราเลยสบายไปเลย ช่วงนี้ว่างๆเลยมาอัพเดตที่นี่ เอาไว้ เราไปบินที่ไหนๆแล้วเราจะมาเล่าให้ฟังนะ หวังว่าจะมีเพื่อนๆเข้ามาอ่านแล้วทิ้งข้อความเอาไว้มั่งหล่ะ ออหวังว่าเพื่อนๆใน hi5 จะได้มาอ่านในนี้นะจ๊ะ
 
คิดถึงเวลาแต่ก่อนที่เคยไปไหนมาไหนกลับเพื่อนๆ อยากไปทะเลก้ไปกัน อยากไปเมาก้ไป อยากทำอะไรก้ทำ
 
คิดถึงเวลาที่เคยทำงานในออฟฟิศที่ คิโนะจัง... ถึงจะเป็นเวลาที่สั้น แต่เราก้มีความสุขมากจริงๆกับการทำงาน เพื่อนร่วมงาน และเป็นที่ที่เราได้เจอกับใครคนนึง
 
คิดถึงเพื่อนๆไทยสกายที่เคยบินฮาๆด้วยกันแบบที่ไม่ได้เงิน แต่ก้ได้ความสุขตลอดเวลา
 
คิดถึงและคิดถึงจริงๆ
8月9日

เขียนถึงคนบนฟ้า

เพิ่งรู้ว่าเหนื่อยแค่ไหน ที่ต้องใช้ชีวิตลำพัง
ฟ้าทุกเช้ามันอ้างว้าง ตั้งแต่เธอจากไป
ชีวิตต้องเดินก็รู้ แต่ไม่รู้จะเดินเพื่อใคร
ดาวบนฟ้าคว้ามาได้ ใครจะร่วมชื่นชม

ยามค่ำคืนยังยืนมองขอบฟ้า
เธอสบตากับฉันบ้างหรือเปล่า

คิดถึงเธอ คนที่ดีที่สุด
ถึงแม้ได้พูดในวันที่มันสาย
ยังคงรักเธอ เธอได้ยินฉันไหม
อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ

เพิ่งรู้ว่ากอดมันหวาน
เมื่อเธอนั้นไปไกลลับตา
ใช้ทั้งสองมือไขว่คว้า คงไม่มีค่าใด
ห้องน้อยของเธอกับฉัน ที่วันนั้นมันดูแคบไป
เพิ่งจะรู้มันกว้างใหญ่ เกินจะนอนคนเดียว

ยามค่ำคืนยังยืนมองขอบฟ้า
เธอสบตากับฉันบ้างหรือเปล่า

คิดถึงเธอ คนที่ดีที่สุด
ถึงแม้ได้พูดในวันที่มันสาย
ยังคงรักเธอ เธอได้ยินฉันไหม
อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ

คิดถึงเธอ...คนที่ดีที่สุด...
ถึงแม้ได้พูด ในวันที่มันสาย
ยังคงรักเธอ...เธอได้ยินฉันไหม...
อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ
...ได้ยินไหม...คิดถึงเธอ...
 

星座

読み込み中...